Digital TransformationTech

ธนาคารยังต้อง Transformation คนก็ไม่ควรหยุดพัฒนาตัวเอง

transformation

ที่มาของข่าวนี้ก็เพราะถ้อยแถลงของ อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ SCB ในงาน 2020 SCB VISION ซึ่งพูดถึงแผนที่ว่า 3 ปีจากนี้ไป SCB จะ Transformation ธุรกิจอย่างไรในอนาคต

เพื่อไม่ให้เป็นการ ตื่นตูม ทั้งนักลงทุนและประชาชนทั่วไปที่กำลังพล่ามบ่นว่า เมื่อไหร่เศรษฐกิจชาติไทยจะดีขึ้นสักที (ทั้งๆ ที่ภาพรวมก็ดีขึ้นรวมถึงบางภาคส่วนธุรกิจก็มียอดขายที่ดีขึ้นตั้งแต่รากหญ้าจนไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่อย่าง Real Sector) ทางธนาคารไทยพาณิชย์ นั้นก็ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นข่าวนี้

เนื้อหาของ อาทิตย์ นันทวิทยา มีอยู่ว่า “แบงก์มีนโยบายลดสาขาลงใน 3 ปี ตั้งเป้าลดสาขาเหลือ 400 สาขา จากปัจจุบันมี 1,153 สาขา โดยธนาคารจะลดสาขาลงตามพฤติกรรมของลูกค้า ที่ใช้บริการที่สาขาน้อยลง เนื่องจากปริมาณธุรกรรม โดยจะปรับเปลี่ยน และโยกย้ายพนักงานที่ทำงานในสาขาที่ปิดมาอยู่ศูนย์อบรม(SCB Academy) และใน 3 ปีลดพนักงานเหลือ 15,000 คน จากปัจจุบัน 27,000 คน  เพราะในแต่ละปีจะมีพนักงานลาออกเฉลี่ยปีละ 2-3 พันคน ซึ่งเป็นการลาออกตามวาระเกษียณและลาออกเอง โดยธนาคารไม่มีนโยบายปลดพนักงานออก”

หลังจากข่าวเริ่มออกตามหน้าสื่อ อาทิตย์ นันทวิทยา ในฐานะของผู้กุมบังเหียน SCB ก็ออกมากลบกระแสความตกใจของทั้งคนในและนอกองค์กรเพื่อไม่ให้ลุกลามเกินกว่าจะควบคุมข่าวไปได้ด้วยการบอกว่า “เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพราะ SCB ขาดทุนหรือต้องการลดต้นทุนเพราะมองเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ SCB ที่เดินเข้าสู่โลกยุค 4.0”

Digital Transformation อนาคตที่มาเร็ว คนต้องปรับตัวให้ทัน

ระบุให้ชัดกันก็คือทั้งหมดที่ออกเป็นข่าวที่จะบอกว่า SCB กำลังเดินเข้าสู่กระบวนการ Digital Transformation อย่างจริงจังนั่นเอง และจากข่าวสารที่ถูกส่งออกอย่างเป็นทางการและปรากฏอยู่ในงานแถลงทิศทางของ SCB ระบุไว้ว่าเส้นทางที่ธนาคารกำหนดไว้ชัดเจนและรู้ถึงจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองอย่างชัดเจน

SCB จะมีการสร้างสมดุลรายได้ใหม่ เนื่องจากรายได้ที่เกิดขึ้นจากบรรดาค่าธรรมเนียนทั้งหลายกำลังลดลงเพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยหลักใหม่ของ SCB นั้นประกอบไปด้วย

  1. ตั้ง Digital Ventures หรือกองทุนสำหรับการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพเกิดใหม่ มี SCB Abacus ทำหน้าที่ดูแลเรื่องของข้อมูลที่มีค่าต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ
  2. พนักงานที่มีหรือคงอยู่นั้นต้องรอบรู้สามารถให้บริการที่ดีขึ้นกว่าเดิมในอนาคต โดย SCB เน้นที่การพัฒนาบุคคลากรให้มีทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยียุคใหม่
  3. SCB จะสร้างบริการใหม่ๆ ที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อขยายขอบเขตไปไกลกว่าบริการทางการเงิน ซึ่งเกิดประโยชน์ตรงไปยังลูกค้า

เรื่องนี้หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น

 คำเตือนของบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือสำหรับธุรกิจการเงินหลายรายเริ่มออกมาให้ความเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้มาตั้งแต่กลางปี 2017 แล้ว โดยพูดถึงเรื่องอุปกรณ์รุ่นใหม่อย่างตู้นับเงินหรือตู้สำหรับให้บริการธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่เปิดบัญชี, ถอนเงิน ไปจนถึงขอเอกสารและเปิดบริการต่างๆ ในตู้เดียว หรือแม้กระทั่งตู้สำหรับให้บริการเชิงธุรกิจอย่างการขอสินเชื่อทำธุรกิจทั้งหลาย ในอนาคตลูกค้าของธนาคารจะสื่อสารติดต่อทำธุรกิจผ่านทางตู้เหล่านี้ และสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนผ่านทางหน้าจอที่นั่งอยู่ในศูนย์ให้บริการแบบทางไกลที่อยู่ที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย

Joy Yap ผู้จัดการประจำประเทศไทย NCR Financial Services พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตของธุรกิจการเงินไว้ในทิศทางเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ SCB ในวันนี้เมื่อเกินกว่าหกเดือนที่แล้วไว้ว่า “พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปยังคงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสิ่งเก่าถูกทำลายอย่างมากด้วยเทคโนโลยี โดยที่เทคโนโลยีล้ำยุคสำหรับบริการทางการเงินทั้งออนไลน์และบนอุปกรณ์ไร้สายที่เปิดตัวในวันนี้ ผสานสภาพแวดล้อมของการมีปฏิสัมพันธ์ตัวต่อตัวแบบดั้งเดิมเข้ากับการสร้างบริการทางการเงินที่พร้อมเสมอในทุกช่องทาง ทำให้เกิดการให้บริการกับผู้บริโภคที่ยืดหยุ่นและสามารถควบคุมธุรกรรมตามที่ลูกค้าต้องการตามรูปแบบการใช้งานเลือกใช้”

Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันกำลังจะแซงหน้าคุณแล้ว

SME ส่วนใหญ่มักมองการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีนี้เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองหรือไม่มีทางทำให้ธุรกิจของตัวเองนั้นเกิดผลกระทบ แต่นั่นเป็นความคิดที่น่าจะเรียกว่า คนหลงยุค เพราะไม่อย่างนั้นเทคโนโลยีตามสมัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือโทรสารหรือแม้กระทั่งอย่างโทรศัพท์มือถือในองค์กรคงไม่ควรได้ใช้ในธุรกิจของตัวเอง

เมื่อเห็นแล้วว่าวันนี้ SCB นั้นเริ่มต้นเดินหน้าในการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลง แถมยังมีรูปแบบและเส้นทางที่ชัดเจน อย่างแรกธุรกิจอย่าง SME ต้องมองและศึกษาให้เข้าใจ ในการหยิบจับเอาบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้มาใช้ในการลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ เพราะบริการหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ณ วันนี้ก็ช่วงให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายแล้วยังช่วยให้ธุรกิจ SME นั้นสามารถจัดการธุรกรรมทางด้านการเงินที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

เรียกว่า SME ยุคใหม่นี้จะไม่ต้องคอยมีความรู้สึกเป็น บุญคุณ กับเจ้าหน้าที่สินเชื่ออย่างที่ในอดีตที่เห็นจนชินชา ทำให้ไม่ว่าจะสินเชื่อหรือเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธนาคารนั้นเสร็จได้อย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น เปิดโอกาสให้เอาเวลาที่เคยเสียไปกลับไปใช้ในการดูแลธุรกิจดีกว่า

Leave a Response