Tech

VR และ AR จากเทคโนโลยีของเล่นสู่การป่วนโลกธุรกิจ (ตอนที่2)

AR Augmented Reality

จาก VR หรือ ความจริงเสมือน ในตอนที่แล้ว คราวนี้ขอยกอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โตอย่างมหาศาลและรวดเร็ว ขนาด Apple และ Google ยังจับใส่ไว้ในมือถือรุ่นล่าสุดของบริษัททั้ง iPhone X และ Pixel2 นั่นก็คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า AR หรือ Augmented Reality Technology แปลเป็นไทยได้ว่า เทคโนโลยีสร้างสิ่งเสมือนบนโลกความจริง

Pokemon Go ตามล่ามอนส์เตอร์กันทั้งโลก

 ต้องบอกเลยว่าโลกนี้ต้องยกให้ Pokemon Go คือจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ Augmented Reality Technology นั้นเกิดขึ้นได้อย่างสง่างาม เพราะถ้าไม่ใช่เพราะเกมส์ตัวนี้โลกจะไม่ได้รู้จักและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ญี่ปุ่น ด้วยการแอบปล่อยสิ่งที่เรียกว่า มอนส์เตอร์ แบบ Limited เฉพาะในประเทศของตัวเอง ทำให้คนจำนวนมากนั้นต้องตีตั๋วเครื่องบินไปเดินจับตัวละครและฝึกฝนตามสวนสาธารณะไม่ว่าจะใน โตเกียวหรือเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น แถมยังส่งแต้มบุญไปยังเมืองหลวงต่างๆ ของโลก ขนาดยังมีข่าวว่า ททท. หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเตรียมเจรจากับบริษัทเจ้าของเกมส์ ในการขอมอนส์เตอร์ Limited สำหรับเฉพาะในประเทศไทยกันเลยทีเดียว

ความจริงแล้ว Augmented Reality Technology นั้นคือการผสานเอาเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งของอุปกรณ์โดยเฉพาะ ดาวเทียม เพื่อให้รู้ว่าผู้เล่นอยู่ตำแหน่งไหนบนโลกใบนี้ (ถ้ามีการขยายสาขาไปยังดาวดวงอื่นก็คงใช้ระบบเดิมนี่แหละ) คำถามที่หลายคนน่าจะรู้กันแล้วว่าเขารู้หรือวางเจ้าเหล่ามอนส์เตอร์ในตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างไร ทำไมส่วนใหญ่จะอยู่ตามศาลพระภูมิหรือสถานที่ทางศาสนาไปจนถึงสถานที่หลังความตายอย่างสุสาน

ความจริงก็คือ Niantic Inc. นั้นคือความร่วมมือของ Google, Pokemon Company และ Nintendo โดย CEO ก่อตั้งที่ชื่อ John Hanke ที่ไม่ใช่แค่เก่งในเรื่องของเกมส์ออนไลน์ เขานี่แหละคืออดีตทีมสร้าง Earth Viewer หรือชื่อที่ตอนนี้คนรู้จัก Google Earth นั่นเอง พอเห็นภาพหรือยังว่าทำไมเจ้าเกมส์นี้ถึงทำเอาโลกทั้งใบแตกตื่นเมื่อครั้งเปิดตัวเมื่อสองปีที่แล้ว

ทั้งที่โลกนี้ควรจะรู้จัก Augmented Reality Technology จากเกมส์ออนไลน์แรกที่ชื่อ Ingress ที่  John Hanke คนเดิมนี่แหละเป็นมือปั้นขึ้นมา แต่ด้วยการไม่มีแม่เหล็กอย่างการ์ตูนอย่าง Pokemon และ Nintendo เจ้าพ่อเกมส์คอนโซล ก็เลยมีคนเล่นเฉพาะกลุ่มแต่ก็มีจำนวนมากพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ตูมตามอะไรมากนัก

โลเคชั่น หรือตำแหน่งต่างๆ ที่ Niantic Inc. เอามาใช้นั้นตีความง่ายๆ มันก็คือแผนที่บน Google Maps ที่เราๆ ใช้กันและช่วยให้บริษัทเขานั้นมีข้อมูลมากขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ผ่านทั้งการสร้าง Pin Point ในโปรแกรมการใช้งานเชิงธุรกิจและการค้นหาและสำรวจพื้นที่จริง ทำให้พิกัดและแผนที่บน Pokemon Go นั้นเหลือเพียงแค่การหยิบจับคอนเทนต์ที่เหมาะสมมาใช้ นั่นก็คือตัวละครสุดฮิตน่ารักที่มีแฟนทั่วโลกอย่าง พิกาจู นั่นเอง

AR เปลี่ยนโลกธุรกิจ ที่มากกว่าวิ่งไล่จับมอนส์เตอร์

 ธุรกิจรายแรกๆ ที่หยับเอา Augmented Reality Technology มาพัฒนาเป็นโซลูชั่นที่ทำให้คนทั้งโลกต้องมองว่านี่คือเทคโนโลยี อนาคต ที่มาถึงแล้วในวันนี้ นั่นคือการที่ อีเกีย ห้างค้าปลีกสินค้าสำหรับบ้านรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดตัวแอพพลิเคชั่นในการนำเสนอสินค้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ในชื่อ IKEA Place

IKEA Place นั้นประกาศเปิดตัวในงาน WWDC 2017 (World Wide Developer Conference) โดยที่ Apple ได้ทำการเปิดตัวฟีเจอร์ “ARKit” ซึ่งเรียกว่าเป็นชุดโปรแกรมสำหรับการพัฒนาการใช้งานบน Augmented Reality Technology บนระบบปฏิบัติการ iOS ล่าสุด (ณ ตอนนั้น) พาร์ทเนอร์อย่าง IKEA ก็ได้รับสิทธิพิเศษจากฟีเจอร์ดังกล่าวด้วยการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “IKEA Place” ที่ทำงานในรูปแบบความจริงเสมือนบนระบบปฏิบัติการ iOS 11

แนวคิดก็คือการซื้อเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่นั้นกว่าจะรู้ว่าของที่ซื้อมา แมตซ์ หรือเข้ากับบรรยากาศหรือเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ในบ้านนั้นก็หลังจากที่เสียเงินซื้อมาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นก็คือเจ้าของบ้านเลือกได้สองอย่างคือทนใช้ต่อไปทั้งที่ไม่ได้ดั่งใจต้องการ หรือขายหรือยกให้ใครไปฟรีๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็เกิดยากในประเทศไทยสุดท้ายเจ้าของบ้านก็ต้องทนใช้ไปจนกว่าเฟอร์นิเจอร์ชั้นนั้นจะพังไปเอง หรือมีใครรับเป็นมรดกไปซะ

หลายคนคงเคยใช้บริการแคตตาลอกออนไลน์ของ IKEA อยู่แล้ว ในความรู้สึกเดียวกัน IKEA Place นั้นเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าด้วยการถ่ายภาพของสินค้าต่างๆ ให้อยู่ในรูปของ Augmented Reality ลูกค้าที่อยากรู้ว่าเฟอร์นเจอร์ที่ตัวเองหมายปองไว้จะเหมาะกับบรรยากาศภายในบ้านแค่ไหน ก็เพียงแต่เปิดแอพแล้วแสกนพื้นที่ในบ้านแล้วก็เลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่ต้องการ แล้วก็ใช้นิ้วจิ้มเลื่อนๆ ตำแหน่งวางที่ต้องการ เท่านี้เองง่ายแบบไม่ต้องเสียเงินก่อนที่จะรู้ว่าเหมาะหรือไม่กับบ้านของคุณ

แม้ว่าในประเทศไทยนั้นยังไม่มีบริการซื้อสินค้าของ IKEA ผ่านทางระบบออนไลน์ แต่ IKEA Place นั้นสามารถช่วยให้คุณสามารถออกแบบและเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะได้ด้วยตัวเอง

หรืออย่างแอพพลิเคชั่น TOA IdeaClolor ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณสามารถมองเห็นห้องหรือบ้านที่ถูกทาสีที่ชอบได้ก่อนที่จะลงมือ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเลือกสีไหนแล้วส่งให้ ผบ.ทบ. (ผู้บัญชาการที่บ้าน) อนุมัติก่อนจะได้ไม่เกิดปัญหาครอบครัวภายหลัง

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของการนำเอา Augmented Reality  มาพัฒนาโซลูชั่นทางธุรกิจมาใช้ โดยที่ปัจจุบัน SME นั้นสามารถเลือกหยิบจับเอาเครื่องมือมาใช้ในการพัฒนาได้อย่างหลากหลาย ทั้งทางฝั่ง Apple หรือ Google หรือแม้กระทั่งค่ายเป็นกลางต่างๆ โดยที่ข้อมูลอ้างอิงจาก IDC นั้นได้คาดการณ์ไว้ว่าการเติบโตของวีอาร์และเออาร์ทั้งในแง่ของทั้งผลิตภัณฑ์และบริการนั้นจะมีเกินกว่า 100% โดยมีมูลค่ากระโดดจาก 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์ไปเป็น 2.14 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2021

ไม่ต้อง สร้างนวัตกรรมใหม่ แค่หยิบไปใช้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นคือ SME นั้นแม้เป็นธุรกิจที่มักไม่มีงบประมาณหรือ เงิน มากพอที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ถึงขั้นเรียกว่าเป็น นวัตกรรม แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้ก็คือการ นำมาใช้ ในสิ่งที่ธุรกิจขนาดกลางหรือใหญ่นำมาใช้ ในรูปแบบและความสามารถที่เหมาะสม

การนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้านั้น คือคีย์หลักที่น่าจะช่วยให้ธุรกิจอย่าง SME นั้นยังคงเดินหน้าในโลกธุรกิจได้ โดยที่ประสบการณ์ใหม่นั้นไม่จำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีหรือแนวคิดใหม่ล่าสุด การหยิบเอาสิ่งที่มีและได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้ดีนั่นแหละคือสิ่งที่เหมาะสม

สิ่งที่เหมาะกับ SME ไม่ใช่การนำเอาสิ่งที่ดีหรือใหม่ที่สุดมาใช้ เปรียบได้กับรถยนต์เมื่อคุณต้องการรถกระบะหรือรถบรรทุกการซื้อรถเบนซ์ S Class ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ ถึงแม้ว่ารถเบนซ์จะดีและล้ำยุดแค่ไหนก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการขนสินค้าให้คุณได้

Leave a Response