Tech

VR และ AR จากเทคโนโลยีของเล่น สู่การป่วนโลกธุรกิจ (ตอนที่1)

VR Virtual Reality

ถึงวันนี้คงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักทั้ง VR  (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) แต่ส่วนใหญ่ก็มักคิดว่ามันคือเทคโนโลยีสำหรับการใช้งานเพื่อความบันเทิงเอาไว้เล่นเกมหรือเอาไว้ทำอะไรที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับโลกความจริงอย่างในธุรกิจมากเท่าใดนัก

ว่าไปตามจริง โลกรู้จัก Virtual Reality มานานเกือบ 20 ปี แต่ด้วยเทคโนโลยีวันนั้นคงมีเฉพาะองค์กรใหญ่โตหรือเจ้าชายอาหรับเท่านั้นมีสามารถเป็นเจ้าของได้ ครั้งหนึ่งในงาน BOI Fair ที่จัดครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 20 กว่าปีก่อน บริษัทรถยนต์ยักษ์เจ้าใหญ่ในประเทศไทย ขนเอาโซลูชั่นการสร้างรถยนต์ของ Catia ที่มีส่วนหนึ่งที่มีการนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ ณ วันนั้นโลกยังไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของมันมากนัก

เพราะแค่แว่นสามมิติกากๆ เมื่อยี่สิบปีที่แล้วราคามันสามารถถอยอีโค่คาร์รุ่นท๊อปได้เลย

VR กำลังโตในการใช้งานทั้งโลก

เทคโนโลยีนี้มีตัวเลขอ้างอิงเป็นการวิจัยของ Juniper Research ที่ได้สำรวจตลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยี Virtual Reality เมื่อปี 2016 ซึ่งได้ข้อมูลว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนี้มีมูลค่าถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจากข้อมูลที่ได้มาทำให้คาดการณ์ว่ามูลค่าการตลาดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 ทั้งนี้มูลค่าการตลาดที่ว่าหมายรวมถึงอุปกรณ์จำพวกฮาร์ดแวร์ต่างๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นแว่น, หูฟัง, กล้อง 360 องศา และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ส่วนผู้ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ด้วยก็คือผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งหลายนั่นเอง

Dell Technology นำเสนอบทความใน Forbes Online ด้วยวิธีการรักษาอาการปวดขณะทำงานของคนไข้ในสหรัฐแบบใหม่ ด้วยการที่แพทย์นำเสนออุปกรณ์ให้คนไข้ไปใช้ที่บ้านในการชมวีดีโอชายหาดพร้อมเสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง ผลก็คือลดจำนวนคนไข้ที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไปได้จำนวนมาก และรายงานฉบับนี้ยังบอกว่าการชมวีดีโอและได้ฟังเสียงธรรมชาติก่อนหน้าถึงเวลาทำงาน 2 ชั่วโมงจะสามารถลดความปวดที่เกิดกับคนไข้ไปได้มาก

ซึ่งในปัจจุบันมีโรงพยาบาลทั่วสหรัฐนั้นนำไปใช้กว่า 100 ระบบ ทำให้เห็นว่านอกจากวงการเกมส์แล้ววงการแพทย์เริ่มนำเอาความดีเด่นของเทคโนโลยีนี้ไปใช้ประโยชน์

อีกวงการอุตสาหกรรมที่ชัดเจนที่สุดก็คือ อุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเริ่มใช้งานมาแล้วเป็น 20 ปีแต่ไม่ค่อยมีการเปิดเผยให้ได้รู้กันมากนัก ยกตัวอย่าง Ford Motor เองนำเอาเทคโนโลยีนี้ มาใช้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้วสำหรับใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นต่างๆ โดยเฉพาะส่วนของงานพัฒนาที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรป

หลังจากนั้นบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่ ตั้งแต่รถยนต์ราคาถูกสำหรับคนทั่วไปไปจนถึงระดับซุปเปอร์คาร์โดยเฉพาะในอิตาลี โดยที่สามารถช่วยลดเวลาในการพัฒนารถยนต์หนึ่งคัน ที่ก่อนหน้านี้รถยนต์หนึ่งคันนั้นต้องใช้เวลาพัฒนาในการตรวจสอบจุดต่างๆ อย่างน้อย 2-4 ปี แต่การนำเอาเทคโนโลยีอย่าง CADCAM ผสมเข้ากับ Virtual Reality ช่วยให้สามารถลดเวลาในการทำงานกับรถใหม่หนึ่งคันเหลือเพียง 1-2 ปีในขั้นตอนการพัฒนาและออกแบบต่างๆ เร็วกว่าเดิม 2 เท่า ช่วยทั้งลดค่าใช้จ่ายและสามารถพัฒนาสินค้าให้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ราคาที่ถูกลง=เข้าถึงง่ายขึ้น

แต่เรื่องนี้มาเป็นที่แตกตื่นจริงๆ ก็หลังจากที่ Facebook ประกาศเข้าซื้อกิจการของ Oculus VR ในราคา 2 พันล้านเหรียญ ทั่วโลกก็เลยมาสนใจกันว่าทำไมเจ้าพ่อเครือข่ายสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นถึงอยากได้บริษัทนี้มา บวกกับการที่เทคโนโลยีด้านนี้กำลังมีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์อื่นๆ ออกมามากขึ้นในราคาที่ถูกกว่าเดิมเหลือเพียงช่วงหลักหมื่นบาท ทำให้โลกนั้นเริ่มสนใจในเทคโนโลยี Virtual Reality

ถามว่า SME นั้นจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการมาของเทคโนโลยีนี้ ตัวอย่างจากบทความของ Dell Technology เทคโนโลยีนั้นชี้ให้เห็นแล้วว่าเกิดการนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้และผู้ใช้ยังสามารถใช้งานได้ง่ายแม้จะเป็นคนที่ไม่ได้ไฮเทคมากมายก็ตาม หรืออย่างการนำเสนอเทคโนโลยีนี้ในรูปแบบที่ถูกกว่ามากของ Google บนมือถือแอนดรอยด์ที่เกือบทุกรุ่นสามารถใช้งานวีอาร์  โดยอาจจะเริ่มต้นจากอุปกรณ์จากกระดาษลูกฟูกในราคาหลักสิบบาท

อยู่ที่ SME แล้วว่าจะหยิบเอาสิ่งนี้มาปรับใช้ได้อย่างไร คุณอาจจะคิดการนำเสนอสินค้าในรูปแบบของ 3 มิติที่แตกต่างออกไปจากที่เคยมีในตลาด เครื่องมือสำหรับการสร้างภาพ 3 มิติบนเทคโนโลยีของวีอาร์ นั้นไม่ได้วุ่นวายมากเกินความสามารถในระดับที่ SME สามารถจัดการหามาหรือต้องใช้งบประมาณมากเกินกว่าจ่ายไหว หรือเรื่อยไปจนคุณอาจจะคิดสร้างบริการใหม่ๆ ในรูปแบบของวีอาร์ก็เป็นไปได้

เหมือนอย่างตู้วีอาร์ ที่มีตามห้างแล้วให้คนทั่วไปเริ่มไปเปิดประสบการณ์กับหนังวีอาร์ที่ยาวแค่ไม่กี่นาทีจนไปถึงศูนย์เกมแบบ วีอาร์ที่เริ่มเปิดตัวขึ้นในบ้านเรามากมาย บริษัทส่วนใหญ่นั้นก็เป็นในระดับ SME หากเราไม่รวมศูนย์เกมที่แบรนด์คอมพิวเตอร์มาลงทุนในแหล่งชุมชนใหญ่ๆ อย่าง สยามสแควร์

ตอนหน้าจะไปพูดถึงเทคโนโลยี AR และขั้นกว่าของทั้งสองเทคโนโลยีที่ SME นั้นสามารถต่อยอดอะไรใหม่ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ Digital Transformation

Leave a Response