ApplicationTech

” EULA ” เรื่องที่เอสเอ็มอีไทยต้องอ่านก่อนใช้

EULA

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apple นั้นก็เพียงออกมายอมรับไปว่าใน iOS รุ่นใหม่นั้นหากตรวจสอบพบว่าแบตเตอร์รี่ที่อยู่ในมือถือเครื่องนั้นๆ เกิดสถานะที่ เสื่อม หรือไม่อยู่ในสภาพตามเกณฑ์ที่ซอฟต์แวร์ถูกกำหนด ระบบก็จะมีการสั่งให้ CPU นั้นทำงานไม่เต็มความเร็วปกติที่ทำได้ (ทั้งที่ทุกวันนี้ CPU ของสมาร์ทโฟนของ Apple นั้นเหลือเฟือมาแต่ไหนแต่ไร) ส่วนเรื่องว่านี่คือนโยบายที่จะใช้ในการบังคับให้ลูกค้ารู้สึกว่ามือถือ iPhone ของตัวเองนั้นช้าเกินไปที่จะใช้งานต่อแล้วต้องตัดสินใจซื้อใหม่ไม่ว่าจะเป็น iPhone8 หรือ iPhoneX นั้น ทิม คุก ไม่ได้ตอบ แต่คาดคั้นกันจริงๆ ก็คงตอบว่าไม่เคยคิดแบบนั้นเลย จริงๆ ไม่เชื่อไปอ่าน EULA ดู

เรื่องลดหรือไม่ลดนั้นไม่ใช่ประเด็น แต่อยากอธิบายเรื่องนี้ทั้งในแง่มุมของบริษัทไอทีที่เขานั้นมีวิธีทางในแบบของเขาเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากสินค้าและบริการที่ขายหรือเปิดให้ใช้ ซึ่งกรณีของ Apple นั้นก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดถึงขั้นคอขาดบาดตาย แต่ด้วยความเป็น Apple ที่มีทั้งคนรักและเกลียดพลาดอะไรเข้าอย่างก็จะโดนเหยียดแรงๆ แบบนี้ ซึ่งเทียบกรณีของ Xioami มือถือผู้ล้มยักษ์จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่แอบซ่อน มัลแวร์ เก็บข้อมูลไว้ในมือถือที่ส่งออกขายทั่วโลก ในการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานแล้วส่งกลับไปที่เซิร์ฟเวอร์ในเมืองจีน แบบนี้ซิเรียกว่าน่ากลัวแต่เรื่องกลับไม่ได้โดนพัดจนติดไฟเหมือนกับเรื่องลดความเร็วในมือถืออย่าง iPhone

ถามว่าผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้มีสิทธิอะไรในการทำเรื่องแบบนี้ คำตอบก็คือเขามีสิทธิที่จะทำแบบนี้ได้โดยที่มันอาจจะมีทั้งที่เกือบผิดกฎหมายในหลายประเทศและไม่ผิดแต่ไม่ดี ผ่านทางสิ่งที่เขาเรียกว่า End User License Agreement หรือบางบริษัทก็เรียกว่า Terms of Condition เรียกง่ายๆ กว่านั้นก็คือข้อตกลงในการใช้งานนั่นเอง จนถึงเดี๋ยวนี้อาจจะมีคนเรียกอยู่บ้างว่าคือ Service Level Agreement หรือ SLA

EULA นั้นสำคัญอย่างไร

End User License Agreement หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ไอ้ข้อความยาวๆ หลายหน้าที่ไม่ว่าจะใครที่ไหนในโลกล้วนแล้วแต่ขี้เกียจอ่านลงท้ายด้วยสิ่งที่ทำเกือบเหมือนกันทั่วโลกใบนี้ คือการกดปุ่ม Yes หรือ Accept หรือ I Agree โดยที่ยังไม่ทันได้อ่านข้อความอะไรซักคำ เหมือนกับที่สมัยหนึ่งบริษัทขายประกันภัยทางรถยนต์ต้องเอาแนวคิดนี้มาขายสินค้าโดยการอยากให้ลูกค้าผู้เอาประกันนั้นต้องอ่านเงื่อนไขการให้ประกันให้เข้าใจเสียก่อน

มาในยุคนี้ ยุคที่รัฐบาลลุงตู่ที่พยายามผลักดัน ประเทศไทย 4.0 ทุกภาคส่วนพูดถึงเรื่อง Digital Transformation เรื่องหนึ่งที่ควรจะให้ความรู้กันควบคู่ไปด้วยก็คือรณรงค์ให้เจ้าของธุรกิจ SME หรือเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องของการเลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มหรือบริการทางด้านไอทีจากที่ไหนก็ตาม ควรจะต้องอ่านและศึกษาความเข้าใจในตัว Terms of Condition สำหรับการใช้งานให้มากๆ

ถึงแม้ว่ามันจะยาวเหยียดแต่เพื่อสิทธิและผลประโยชน์ในการนำมาใช้งานภายในธุรกิจแล้วนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องอ่านและศึกษา เพราะในนั้นจะมีการบอกเรื่องของความเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้งานทั้งเรื่องการผิดพลาดที่มาจากซอฟต์แวร์หรือบริการนั้นโดยส่วนใหญ่นั้นธุรกิจไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของบริษัทผู้ผลิตเอง

เอาง่ายๆ อย่างเช่นกรณีการอัพเกรดหรืออัพเดทซอฟต์แวร์ผ่านทางออนไลน์ ส่วนใหญ่นั้นบริษัทผู้ผลิตจะมีการให้ผู้ใช้ยืนยันยอมรับ Terms of Condition อยู่แล้ว ซึ่งในรายละเอียดนั้นบอกอยู่ว่าในการอัพเกรดครั้งนี้เป็นการยินยอมจากผู้ใช้เองและหากเกิดความเสียหายขึ้นส่วนใหญ่ก็จะไม่มีการชดใช้ ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกับสมาร์ทโฟนของ Samsung Note รุ่นหนึ่ง ที่มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งทำการอัพเดทเฟิร์มแวร์แล้วเกิดความเสียหายกับเมนบอร์ด โดยระยะแรกในประเทศไทยมีการปฏิเสธการดูแลจากสำนักงานในประเทศไทยจนมีเคสแบบเดียวกันเกิดขึ้นจำนวนมากรวมถึงในต่างประเทศ สุดท้ายผู้เสียหายเลยได้รับการเยียวยาอย่างถูกต้อง

กลับมาที่เรื่องของ End User License Agreement นั้นมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ความจริงแล้วสุดท้ายการเลือกสิ่งใดมาใช้กับธุรกิจนั้นก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่าแผนสำรองสำหรับป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิด เช่นเดียวกันแม้ว่าวันนี้หลายธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มขนาดกลางที่มองเห็นว่าวันนี้ คลาวด์ นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีและเหมาะสมกับการเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบไอที แต่ถ้าเราเลือกบริการจากผู้ให้บริการที่มีการเขียนหรือมีรายละเอียดของข้อตกลงในการใช้งานที่เอื้อต่อปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจที่ดี เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีอย่างเย็นใจ วันดีคืนดีเกิดปัญหาขึ้นไม่ปล่อยให้เรานั้นต้องหัวเดียวกระเทียมลีบ

บางคนบอกว่าเงื่นไขมันเยอะน้อยที่สุดก็ตั้ง 4-5 หน้า มากสุดที่เคยเจอคือระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นเก่าที่มีถึงเกือบ 30 หน้า แต่ให้เยอะอย่างไร SME ก็ต้องมองหาในประเด็นที่สำคัญๆ เอาไว้บ้าง เพราะในวันนี้หากเลือกมาใช้แล้วเกิดปัญหาเจ้าของธุรกิจก็คงไม่สามารถไปถือป้ายร้องเรียนออกสื่อได้เหมือนในงานแสดง-ขายรถประจำปีเรียกสายตาสื่อที่ไหนได้หรอก

Leave a Response