ApplicationDigital TransformationTrend

Bring Your Own Apps ให้พนักงานเลือกใช้แอปกันเอง ดีจริงหรือ?

bring your own apps

ยุคสมัยหนึ่งเราคงเคยได้ยิน Bring Your Own Device หรือ Consumerization ที่หลายองค์กรยอมให้พนักงานเอาอุปกรณ์ของตัวเองมาใช้ในงานของบริษัท Bring Your Own Apps จะเป็นอีกก้าวของการที่ธุรกิจโดยเฉพาะ SME จะสามารถทำ Digitalization ภายในองค์กรโดยไม่ต้องยึดติดกับคำว่าแพลตฟอร์มหรือระบบของใคร

จะว่าไปในเมืองไทยเทรนด์ของ BYOD นั้นก็พอมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็เกิดขึ้นเฉพาะองค์กรธุรกิจที่มีขนาดใหญ่หรือมีเงินลงทุนในระบบไอทีค่อนข้างมาก เพราะสิ่งเดียวที่ขวางกั้น BYOD ไม่ให้เกิดในองค์กรขนาดกลางลงมาก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายและแพลตฟอร์มระบบควบคุมในการใช้งาน แต่ดูเหมือนว่าความนิยมในการนำเอาแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไปไปใช้กับงานระดับองค์กรเป็นที่นิยมอย่างมาก เช่น DropBox, CloudOn(ตัวนี้ฝรั่งใช้เยอะคนไทยไม่ค่อยนิยม) หรือ Google Docs ซึ่งไม่ใช่แค่สะดวกแต่มันกลับสบายเป็นอย่างมากทำให้ความนิยมใช้งานยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ

มันเลยทำให้ของที่ทำมาเพื่อตลาดผู้ใช้ทั่วไปกลับไปเป็นที่นิยมในฝั่งองค์กร คำถามเลยเกิดขึ้นว่าในเมื่อมันดีขนาดนี้แล้วก็เอาเข้ามาใช้งานให้เป็นกิจจะลักษณะเลยดีไหม ทุกวันนี้เลยเกิดบริการที่เรียกว่าFor Business ขึ้นมากมายทั้ง Google Docs for Business, Dropbox for Business หรือ One Drive for Business ซึ่งทั้งหมดตั้งเป้าไปที่การให้บริการระดับการใช้งานแบบธุรกิจ ที่มีความสามารถและความปลอดภัยสูงกว่าเดิม

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ BYOA ต้องมองอย่างหนึ่งให้เห็นว่าบริการที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ทั้งหลายต่างอยู่ในรูปแบบของ Cloud Service เรียกว่า 99.99% และนอกจากแอปพลิเคชันของตัวเองแล้วส่วนใหญ่นั้นเปิดโอกาสให้แอปพลิเคชันอื่นสามารถเชื่อต่อเข้าใช้งานบริการของตัวเองได้ทันที ยกตัวอย่างเช่นหากคุณเลือกใช้แอป A ที่มีการให้บริการอีเมล์ของตัวเองอยู่แล้ว คุณสามรถเลือกที่จะเข้าถึงบริการอีเมล์จากบริการอีกตัวหนึ่งผ่านทางช่องทางมาตรฐานหรือระบบเชื่อมต่อที่มีเตรียมไว้ให้

เข้าใจแนวคิดของ Bring Your Own Apps

แนวคิดของ BYOA คือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้นั้นเลือกแอปพลิเคชั่นในการใช้งานได้เอง เทียบได้กับ Bring Your Own Device ที่ปล่อยให้เลือกอุปกรณ์มาใช้ BYOA ก็เหมือนเป็นการพัฒนาขั้นกว่านั่นเอง แนวคิดคือการปล่อยให้ผู้ใช้นั้นเลือกเอาแอปพลิเคชั่นที่ตัวเองนั้นใช้งานหรือมีความเชียวชาญในการใช้งานมากที่สุดมาใช้ หรือบางคนอาจจะเลือกเพราะชอบความสามารถในการทำนู่นนี่นั่นได้ หรือบางคนก็ชอบเพราะหน้าตารวมไปถึงรสนิยมที่เป็นสิ่งที่ไม่สามรถบังคับกันได้

เรื่องนี้มุมหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบหรือถนัดในการใช้งานมาใช้เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด หากแต่ในแง่ของตัวธุรกิจโดยเฉพาะ SME ต้องพยายามมองให้รอบคอบว่าจะเลือกแนวทางนี้หรือไม่ อย่างแรกการจะนำเอา BYOA เข้ามาใช้นั้นโครงสร้างพื้นฐานระบบภายในองค์กรนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของ คลาวด์ ซึ่งในวันนี้นี้บริการมากมายให้เลือกใช้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับการใช้งานทุกรูปแบบเสมอไป และหากต้องการความสามารถในการรองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่นๆ อาจมีค่าบริการที่แพงมากเกินรับได้

สองการเปิดให้สารพัดแอปพลิเคชันสามารถเข้าถึงข้อมูลกลางขององค์กรได้นั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสในการทำให้ข้อมูลสำคัญ รั่วไหล สู่เครือข่ายไซเบอร์ สำคัญมากสำหรับ SME ที่เริ่มย้ายระบบทั้งหมดของธุรกิจไปอยู่บนคลาวด์หรือเริ่มทำ Digital Transformation เปลี่ยนระบบที่มีการอาศัยเครือข่ายไซเบอร์ค่อนข้างมาก เพราะแอปพลิเคชั่นแต่ละตัวก็มีช่องว่างช่องโหว่แตกต่างกันไป เหมือนที่คำพังเพยไทยบอกไว้ว่า มากคนก็มาความ ยังไงอย่างนั้น

แม้ว่าการนำเอา BYOA จะเป็นการเปิดแนวคิดใหม่สำหรับการทำ Digital Transformation แต่สิ่งที่ต้องระวังคือวิธีคิดของทั้งเรื่องของการนำมาใช้และเรื่องของทางเทคนิค ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆ ของแบบนี้อยู่ที่ว่าธุรกิจของคุณนั้นมีความพร้อมกับการนำแนวคิดมาเปลี่ยนแปลงแค่ไหน การบังคับให้ยังไม่เกิด BYOA ใน SME วันนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบางธุรกิจ แต่หาก SME บางรายเริ่มโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับกับเรื่องเหล่านี้มาแล้วตั้งแต่ต้น การเลือกใช้แนวคิดใหม่ทันสมัยก็มีช่องว่างน้อยและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

อย่าเพิ่งมองว่าของใหม่จะดีเสมอไป BYOA อาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะ หรือธุรกิจของคุณอาจจะต้องใช้เทคโนโลยีรุ่นเก่าไปก่อนอยู่ที่ว่าอะไรใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดภาระตามมาภายหลัง นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

Leave a Response