Cyber CrimeTrend

วิธีรับมือ ภัยไซเบอร์ ปี 2018 ที่ SME ต้องรู้

ภัยไซเบอร์ 2018

ภัยไซเบอร์ ที่มีอยู่มากมายหลายชนิดทำให้สภาพในปัจจุบันมีความเสี่ยงและคาดว่าจะเผชิญต่อภัยร้ายในปี 2561 ตั้งแต่ช่องโหว่ของระบบ ซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่ และการโจมตีที่เป้าหมายเฉพาะ สิ่งที่ทั้งองค์กรและผู้ใช้งานทำได้มากที่สุด คือการลดความเสี่ยงไม่ให้ความปลอดภัยลดลงในทุกชั้นของระบบ

การมองเห็น ภัยไซเบอร์ ที่ดีขึ้นและการรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้นสำหรับองค์กร

การต่อสู้กับภัยที่มีจำนวนมากขึ้นในทุกวันนี้และการป้องกันภัยดังกล่าวที่ยังมาไม่ถึงนั้น องค์กรต่างๆ ควรนำโซลูชั่นด้านความปลอดภัยที่สามารถมองเห็นภัยคุกคามได้ทั่วเครือข่าย และสามารถให้การป้องกันและปกป้องช่องโหว่และการโจมตีในแบบเรียลไทม์ ทั้งยังต้องเลี่ยงไม่ให้เกิดการบุกรุกใดๆ ในอนาคตและการละเลยปกป้องข้อมูลหรือสินทรัพย์โดยใช้วิธีรักษาปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาอยู่เสมอ ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะต้องรองรับการรักษาความปลอดภัยทั้งในรูปแบบเดิม และแบบใหม่ได้เพื่อให้เหมาะกับภัยคุกคามที่มีอยู่อย่างหลากหลาย สำหรับเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยดังกล่าว มีดังนี้

  • การสแกนแบบเรียลไทม์ การสแกนที่ทำงานอัตโนมัติตลอดเวลาจะช่วยให้สามารถตรวจพบมัลแวร์ที่มีฤทธิ์รุนแรงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้นได้
  • การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์และไฟล์ การตรวจจับมัลแวร์ และการป้องกันผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เทคนิคการต่อต้านสแปม และการควบคุมแอพพลิเคชั่น ช่วยปกป้องผู้ใช้งานจากการโจมตีด้วยซอฟต์แวร์เรียกค่าไถ่และการหาประโยชน์ในทางที่ผิดได้
  • การวิเคราะห์พฤติกรรม ต้องมีการตรวจจับและกีดกันมัลแวร์และเทคนิคต่างๆ ที่ทันสมัยที่สามารถเอาชนะการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมได้
  • แมชีนเลิร์นนิ่งที่มีความเที่ยงตรงสูง การป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบด้วยมนุษย์พร้อมการเพิ่มข้อมูลด้านการเรียน รู้ต่อภัยคุกคาม เปิดทางให้มีการตรวจจับที่รวดเร็วและรักษาความปลอดภัยที่แม่นยำต่อภัยทั้งที่เรารู้จักและยังไม่รู้จัก
  • การรักษาความปลอดภัยที่อุปกรณ์ปลายทาง คือการรักษาความปลอดภัยที่นำคุณสมบัติแซนด์บ็อกซิ่ง การตรวจหาช่องโหว่ และความสามารถต่างๆ จากเซ็นเซอร์ที่อุปกรณ์ปลายทางมาใช้ จะช่วยตรวจจับกิจกรรมที่น่าสงสัยและป้องกันการโจมตี การเคลื่อนไหวแบบลับๆ ภายในเครือข่ายได้

 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและการป้องกัน ภัยไซเบอร์ ที่ยั่งยืนสำหรับผู้ใช้งานปลายทาง

การมีอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นที่ต่างกันในการเข้าถึงข้อมูล กลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในโลกทุกวันนี้ที่เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น หากไม่นับอุปกรณ์ แอพพลิเคชั่น หรือเครือข่ายแล้ว ผู้ใช้งานก็เติมเต็มช่องว่างด้านความปลอดภัยด้วยคำแนะนำดังต่อไปนี้ได้เช่นกัน

  • เปลี่ยนรหัสผ่านเสมอ ควรใช้รหัสผ่านที่ไม่เหมือนใครและซับซ้อนสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยเฉพาะเราเตอร์ เพื่อลดโอกาสที่ผู้โจมตีจะเจาะเข้ามายังอุปกรณ์ให้มากที่สุด
  • ตั้งค่าอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัย ควรปรับเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ ที่ติดมากับอุปกรณ์เพื่อเก็บความเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ และนำการเข้ารหัสข้อมูลมาใช้เพื่อป้องกันการตรวจตราและใช้ข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ได้อนุญาต
  • ติดตั้งซอฟต์แวร์อุดช่องโหว่ให้ทันเวลา ควรปรับปรุงให้เฟิร์มแวร์เป็นรุ่นล่าสุด (หรือเปิดคุณสมบัติปรับปรุงซอฟต์แวร์อัตโนมัติ หากมีคุณสมบัตินี้) เพื่อเลี่ยงไม่ให้มีช่องโหว่ที่ไม่ได้อุดไว้
  • เพิกเฉยต่อกลวิธีโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม ควรคำนึงอยู่เสมอว่าอีเมลที่เราได้รับ และเว็บไซต์ที่เข้าชมบ่อยครั้งอาจเป็นสแปม ฟิชชิง มีมัลแวร์ หรือใช้เป็นเครื่องมือโจมตีระบบได้

องค์กรและผู้ใช้งานจะอยู่ในตำแหน่งที่มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นจากเดิม หากการรักษาความปลอดภัยต่างๆ สามารถครอบคลุมวัฎจักรชีวิตของภัยคุกคามทั้งหมดด้วยการรักษาความปลอดภัยหลายชั้น ตั้งแต่อีเมล เกตเวย์เว็บไซต์ ไปจนถึงการใช้งานในอุปกรณ์ปลายทาง และการมีระบบป้องกันภัยที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์จะยิ่งทำให้มั่นใจว่าองค์กรจะได้รับการป้องกันขั้นสูงสุดต่อภัยที่จะเกิดขึ้นใหม่ในปี 2561

Leave a Response