Trend

เทรนด์การขาย ที่ SME ต้องเรียนรู้เพื่อใช้มัดใจลูกค้าในปี 2018

เทรนด์การขาย 2018

เทรนด์การรับชำระเงินด้วย QR CODE

อย่างที่เคยนำเสนอไปแล้ว QR Payment หรือในบ้านเราเรียกว่า PromptPay กลายเป็นวิธีการชำระเงินที่มาแรงตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2017 และหลังจากปี 2018 ไปแล้ว จะกลายเป็นหนึ่งใน เทรนด์การขาย ที่อาจจะกลายเป็นระบบการชำระเงินหลักที่คนทั่วไปนิยมใช้กัน เพราะที่ผ่านมาร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่เริ่มเปิดรับชำระเงินด้วย QR Pay กันเป็นจำนวนเริ่มมากขึ้นกว่า 30,000 รายและน่าจะมีเพิ่มขึ้นเพราะการส่งเสริมทั้งภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะธนาคาร หรืออาจจะมีแพลตฟอร์มการชำระเงินใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเป็นตัวเลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น True Wallet, Line Pay หรือแม้กระทั่ง AliPay ที่นิยมใช้กันในประเทศจีนและเปิดรับชำระเงินในประเทศไทยเรียบร้อยแล้วด้วย

ก็เลยเป็นสัญญาณที่จะบอกกับร้านค้าหรือ SME ที่ยังไม่รับชำระเงินด้วย QR Payment แล้วละก็ ลูกค้าอาจจะตัดสินใจหนีไปเพราะไม่สะดวกและไม่พกเงินสดกันแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าความนิยมต่อไปของลูกค้าทั่วไปนั้นจะเลิกพกเงินสดเมื่อไรซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และเกิดขึ้นแล้วอย่างในประเทศจีน

เทรนด์การขาย Omni-Channel ต้องมา อย่าขายแต่รูปแบบเดิม

คำว่า “Omni-Channel” หรือ “การขายสินค้าแบบหลายช่องทาง” เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากในแวดวงค้าปลีก แต่ในปี 2018 จะกลายเป็นเรื่องที่ธุรกิจส่วนใหญ่จะเริ่มนำมาใช้กัน และแน่นอน SME ต้องหยิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ค้าขายหลายช่องทาง ไม่ใช่แค่การเอาสินค้าที่เคยขายหน้าร้านไปขายออนไลน์ อย่างที่หลายคนเข้าใจเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการโดยรวมที่ลูกค้าได้สัมผัสจากหลากหลายช่องทางประกอบกัน ก่อนจะตัดสินใจซื้อ

Omni-channel มีมากมายหลายรูปแบบให้เลือกใช้ แล้วแต่ว่าเป็นสินค้าอะไร อย่างเช่น ร้านอาหารสมัยนี้ กลายเป็นว่ารายได้จากการขายผ่านทางช่องทางใหม่นั้นแซงหน้ารายได้หลักที่เคยขายได้จากหน้าร้าน แต่เป็นรายได้ที่ได้มาจาก food delivery ไม่ว่าจะส่งเองถึงมือลูกค้า หรือไปใช้บริการ Line Man หรือ foodpanda หรือกรณีของ After You X Starbucks ที่ขนมของ After You สามารถไปเฉิดฉายอยู่ในร้านกาแฟ Starbucks ได้ด้วย เป็นการเปิดช่องทางการขายใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องลงทุนเปิดสาขาใหม่แต่อย่างใด

Omni-Channel จะเกิดรูปแบบที่แตกต่างอีกมากในปี 2018 ที่เป็นการผสมผสานระหว่างการขายหน้าร้าน, ขายส่ง, ออกบูธ, popup store, ขายออนไลน์, ขายบน eMarket Place, ขายผ่านโซเชียล, และอื่นๆ อีกมากมาย

เทรนด์เรื่อง Customer Experience อะไรก็ไม่สำคัญเท่าประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ

ใดใดในโลกเราวันนี้มักไม่ค่อยได้เจอกับสินค้าที่แปลกใหม่อีกต่อไป เพราะไม่ว่าสินค้าที่ ใหม่ จริงๆ ออกมาในเวลาเพียงไม่นานก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าของเลียนแบบ หรือเหมือนในระดับ AAA+ สิ่งที่ทำให้ทุกธุรกิจต้องเปลี่ยนให้ทันคือเรื่องของ ประสบการณ์ ที่มอบให้กับลูกค้ามากกว่าการไปนั่งคิดเพื่อออกสินค้าตัวใหม่มาแทน ทันทีที่คุณมอบประสบการณ์ที่แตกต่างได้ชัดเจน ลูกค้าของคุณจะเป็นคนช่วยบอกต่อเอง เป็นการโฆษณาที่ไม่ต้องใช้เงินเลยสักบาทเดียว ถ้ายังงั้นแล้ว เราควรให้ความสำคัญและออกแบบประสบการณ์ ดีกว่าเอาเงินไปใช้ซื้อโฆษณาหรือทำประชาสัมพันธ์ที่อาจจะได้ผลที่เห็นผลน้อยกว่าหรือวัดเป็นตัวเลขไม่ได้

ลูกค้าของคุณเขาประทับใจจนต้องบอกต่อ สิ่งนี้พูดง่ายแต่ทำยากเหลือเกิน ไม่ใช่ทุกร้านจะทำได้ และการรักษามาตรฐานก็ยากเช่นกัน แต่มันช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน

เทรนด์ของปี 2018 นี้เป็นเพียงตัวอย่างที่บอกให้ทุกธุรกิจไม่ว่าจะเป็น SME หรือธุรกิจขนาดใหญ่ต้องมองให้ชัดและนำไปคิดและหยิบไปใช้ เพราะอย่างหนึ่งคือโลกวันนี้ลูกค้าไม่ได้มองที่ขนาดของธุรกิจแต่ถ้ามอบในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าธุรกิจจะอยู่มากว่า 50 ปีหรือเพิ่งเกิดมันก็มีสิทธิหรือมีโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้เท่าๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าแนวคิดและการหยิบจับเอาเครื่องมือมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน แล้วมาดูกันว่าสิ่งที่เราบอกนั้นจะใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน แต่อย่าลืมนำเอาไปใช้บ้างก็แล้วกัน

Leave a Response