AITech

6 เทคโนโลยีปี 2018 ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ (ตอนที่ 2)

เทคโนโลยีปี 2018 2

ความเดิมตอนที่แล้ว เราได้รู้ไปแล้วว่า เทคโนโลยีปี 2018 จะทำให้เรากลายเป็นคนติดแอป ชนิดที่โงหัวไม่ขึ้นกันเลยทีเดียว แล้วเราก็จะเริ่มมีหุ่นยนต์มาคอยรับใช้ในหลายๆ เรื่องในชีวิต ส่วนอีกเรื่องนี่อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกแปลกใจว่า เราจะเริ่มคุยกับลำโพงในบ้าน ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเกินจริงแต่อย่างใด เพราะมันเริ่มเกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เทคโนโลยีปี 2018 ที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนที่ยังเหลือ

เราจะได้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เรื่องของรถยนต์พลังงานไฟฟ้านี่กลายเป็นปัญหาระดับชาติกันเลยทีเดียว เพราะเป็นการสร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงาน ชนิดที่เรียกว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะอุตสาหกรรมทั้ง 2 ชนิดนี้เกี่ยวข้องกันอย่างมาก ทำให้ต้องมีการคิดใหม่ทำใหม่กันอย่างมากมาย หากไม่คิดปรับตัวอาจจะต้องสูญพันธุ์กันเลยทีเดียว

นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างไร เพราะวันนี้ในบ้านเราเองก็มีรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าวิ่งอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ปีหน้าเชื่อว่าจะมีจำนวนการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น อาจจะกลายเป็นเหตุผลหลักๆ ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันต่อไปของเราเลยทีเดียว ว่าแต่รถคันต่อไปของคุณจะใช้พลังงานอะไร

เราจะปลูกผักกินเองในตัวบ้าน

ย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีการปลูกผักในแนวตั้ง หรือถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ เลยก็คือเหมือนกับการปลูกผักในห้องครัวกันเลยทีเดียว คราวนี้อยากได้ผักแบบไหนชนิดไหนก็หยิบจับกันออกมาจากต้นสดๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียว เพราะทุกวันนี้จะซื้อผักจากนอกบ้านมาทานก็ล้วนแล้วแต่มีสารเคมีปนเปื้อนทั้งนั้น

เทคโนโลยีที่ว่านี้เป็นการเพาะปลูกพืชในพื้นที่ที่ไม่ใช่ดินและใช้พื้นที่น้อยๆ เหมาะกับชีวิตคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม เป็นคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพอยากได้ผักผลไม้ที่สดสะอาดจริงๆ และเพิ่มความมั่นใจได้มากที่สุดก็คือการปลุกเอง แต่ไม่ต้องดูแลมากใช้พื้นที่น้อย ก็เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพในปีหน้าแล้ว

เราจะสวม Wearable กันเป็นว่าเล่น

ตอนนี้ก็มีใส่ให้เห็นกันจำนวนไม่น้อย แต่จะเป็นสำหรับนักธุรกิจกับคนออกกำลังกายเป็นหลัก นั่นเป็นเพราะว่ายังไม่มีการเชื่อมโยงเข้าระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวของเราอย่างแท้จริง การใช้งานทุกวันนี้ยังเป็นในเรื่องของความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก แต่ในปีหน้านี้เรื่องของข้อมูลส่วนตัวจะถูกดึงเข้าประมวลผลในระบบส่วนกลางที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลสุขภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเรา แน่นอนว่าคนรุ่นนี้ต้องได้รับการเอาใจใส่เรื่องสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสที่จะต้องได้รับบริการทางการแพทย์แบบฉุกเฉินมากกว่าคนทั่วไป ถ้ามี Wearable ที่เชื่อมต่อพร้อมส่งข้อมูลให้กับโรงพยาบาลที่รับการดูแลอยู่ ก็จะทำให้ได้รับการรักษาทันท่วงที ไม่ต้องรอให้ใครมาเจอหรือรอให้ใครโทรเรียก

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเทคโนโลยีที่เราต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะใช้งานเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันคือสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของพวกเราในอนาคตดีขึ้น สะดวกขึ้น และง่ายขึ้นนั่นเอง แล้วคุณหละเตรียมตัวรับมือเรื่องเหล่านี้เอาไว้บ้างแล้วหรือยัง

อ่าน 6 เทคโนโลยีปี 2018 ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ (ตอนที่1)

Leave a Response