AIAnalysisDigital TransformationTrend

AI และ AR คือเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนโลกค้าปลีก

AI และ AR

คริสถัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด (ซีเอ็มโอ) อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจของอาลีบาบาขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ ค้าปลีกยุคใหม่ หรือ New Retail เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้แก่การค้าปลีก ด้วยการเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อด้วยการนำเอาเทคโนโลยีอย่าง AI และ AR มาเป็นตัวช่วย

ทั้งนี้จุดยืนบริษัทไม่ใช่แค่ อีคอมเมิร์ซคอมพานี แต่ยังเป็น ดาต้าเซอร์วิสคอมพานี ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยธุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล สร้างการเติบโต และเพิ่มฐานลูกค้า โดยการนำดาต้าที่เก็บได้แบบเรียลไทม์จากภายในอีโคซิสเต็มส์มาประมวลผล พร้อมพัฒนามิติใหม่ๆ ด้านการบริการ การตลาด การดูแลลูกค้า การพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ การช้อปปิ้งทุกวันนี้ไม่ใช่แค่เพียงการซื้อสินค้า แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง การแสดงออกต่อคนรัก ครอบครัว

ปัจจุบันอีคอมเมิร์ซจีนคิดเป็น 18% ของธุรกิจค้าปลีกโดยรวม ด้วยแนวคิดดังกล่าวอาลีบาบาจะผสานศักยภาพเชิงข้อมูลและเทคโนโลยีทั้งหมด เพื่อทำงานร่วมกันและปรับโฉม 82% ของร้านค้าแบบดั้งเดิม เป้าหมายไม่ใช่เพียงการรุกเข้าสู่ตลาดร้านค้าแบบดั้งเดิมแต่เพื่อช่วยเจ้าของกิจการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานซึ่งรวมไปถึงการสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้า การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและพื้นที่ค้าปลีก

ดิจิทัล บิซิเนส ทรานส์ฟอร์เมชั่น ประกอบด้วย

  • การบริหารจัดการลูกค้าดิจิทัล
  • ร้านค้าดิจิทัล
  • คำสั่งซื้อดิจิทัล
  • เพย์เมนท์ดิจิทัล
  • ระบบสมาชิกดิจิทัล

สำหรับกลยุทธ์ระดับโลก ให้ความสำคัญกับ 5 โครงการประกอบด้วย การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อระดับโลก การขายระดับโลก เพย์เมนท์ระดับโลก โลจิสติกส์ระดับโลก และการท่องเที่ยวระดับโลก โดยจะนำความสำเร็จที่ได้จากตลาดจีนไปช่วยพัฒนาอีคอมเมิร์ซอีโคซิสเต็มส์ในประเทศอื่นๆ รวมไปถึงยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี

ใช้ AI และ AR ในการพัฒนาโลกค้าปลีก

บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 10 ปี จะเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกจำนวนไม่น้อยกว่า 2 พันล้านคน จัดส่งสินค้าได้ภายใน 72 ชั่วโมง สนับสนุนเอสเอ็มอีอย่างน้อย 10 ล้านราย

ปีนี้ยังเป็นเวทีที่บริษัทได้แสดงถึงศักยภาพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เอไอ (Artificial Intelligence) และ ออคเมนเต็ดเรียลิตี้ (AR) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นมอบประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าให้กับผู้บริโภคทั้งอาลีบาบายังได้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของตนเองขึ้นมารองรับการจัดมหกรรมช้อปปิ้งขนาดมหึมานี้ด้วย

ตัวอย่างเช่น การเสริมศักยภาพผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ แชทบอท เพื่อการบริการลูกค้า บอทดังกล่าวสามารถตอบคำถามจากลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยบอทตัวนี้มีชื่อว่า “Store Xiaomi”  ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จำนวนมาก สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันนี้ มีร้านค้าบนแพลตฟอร์มเถาเป่าและทีมอลล์ในกว่า 50 ประเภทสินค้าที่เลือกใช้บริการ

นอกจากนี้พัฒนาแพลตฟอร์มเอไอเพื่อการตลาดชื่อว่า “Lu Ban” ที่จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการในการออกแบบแบนเนอร์โฆษณาออนไลน์แบบอัตโนมัติ ด้วยเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านข้อมูล รวมถึงค้นหาข้อมูลเชิงลึกทั้งในรูปแบบข้อความและภาพ จึงมีความสามารถออกแบบแบนเนอร์ออกมานับล้านดีไซน์ ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 8,000 แบนเนอร์ต่อวินาที

เทคโนโลยี ออคเมนเต็ด เรียลิตี้ (AR) เข้ามาเพิ่มสีสันใหม่ๆ เช่น เกมจับแมว “Catch the Cat” ของทีมอลล์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถลุ้นคว้าคูปองส่วนลดและของรางวัลสุดพิเศษ เพียงเล่นเกมจับมาสคอตแมวแบบเสมือนจริงในแอพเถาเป่าและทีมอลล์ในบริเวณรอบๆ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ปีนี้มีแบรนด์กว่า 65 รายที่เข้าร่วม

การนำไปใช้ที่น่าสนใจอื่นๆ ยังมี “Tmall Smart Choice” ระบบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์ได้ว่าสินค้าชิ้นใดจะกลายเป็นสินค้าขายดีได้ในอนาคต “Fashion AI” แพลตฟอร์มเอไอที่ทำการมิกซ์แอนด์แมทช์สินค้าแฟชั่นให้กับผู้บริโภคได้อย่างลงตัว รวมไปถึง “ห้องลองเสื้อเสมือนจริง” บนแอปพลิเคชันเถาเป่าและทีมอลล์

อีกหนึ่งโมเดลต้นแบบ เหอหม่า (Hema) ร้านค้าแนวทดลอง ซูเปอร์มาร์เก็ตแนวใหม่ที่ผสมผสานประสบการณ์การช้อปทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ปัจจุบันมี 20 สาขาทั่วประเทศจีน โดย 13 สาขาตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ 3 สาขาในปักกิ่ง หนิงโป หังโจว กุ้ยหยาง และเซินเจิ้น

Leave a Response